| ฟันผุ ข้ามีฟันซี่หนึ่งในปาก ซึ่งรบกวนข้า มันเป้นปกติดีตอนกลางวัน ทว่าในความเงียบสงัด ของกลางคืน เมื่อทันตแพทย์นอนหลับ และร้านขายยาปิด มันเริ่มปวด วันหนึ่งเมื่อข้าเริ่มหมดความอดทน ข้าไปหาหมอฟัน และ บอกให้เขาถอนฟันระยำซี่นั้น ออก ฟันซึ่งทำให้ข้าทรมาน และ ทำลายความสุขในการหลับนอนของข้า ด้วยการแปรสภาพ ความเงียบแห่งยามค่ำคืนของข้า ให้กลับกลายเป็นการโอดครวญ และ เสียงสนั่น หมอฟันสั่นศีรษะของเขา และ กล่าวว่า "เป็นความโง่ที่จะถอนฟันของท่านออก หากเรา รักษามันได้ " และ แล้วเขาเริ่มกรอข้างๆฟัน และ ทำความสะอาดรอยผุ และ ทำทุกทางเพื่อให้มัน อยู่ในสภาพดังเดิม และ ปลอดจากการผุ หลังจากกรอเสร็จ เขาหยอดทองบริสุทธิ์ ลงไป และ กล่าวอย่างขี้คุย "ขณะนี้ฟันของท่านแข็งแรงและคงทนกว่าฟันซี่ดีๆของท่านเสียอีก" ข้าเชื่อเขา และชำระเงินให้เขา และ จากสถานที่นั้นไป ทว่ายังไม่ทันที่สัปดาห์นั้นจะผ่านพ้นไป ฟันอัปมงคลซี่นั้นกลับสู่สภาพเป็นโรคอีก และการทรมานของมันเปลี่ยน เพลงอันไพเราะแห่งวิญญาณของข้า เป็นเสียงโอดครวญ และ ความเจ็บปวด ดังนั้น ข้าจึงไปหาหมอฟันอีกคนหนึ่ง และบอกกับเขาว่า "ถอนฟันระยำนี้ออกไปโดย ไม่ต้องตั้งคำถามใดๆกับข้า เพราะผู้ที่ได้รับทุกข์ ไม่เหมือนกับผู้ที่นับจำนวนครั้งของมัน " เขาถอนฟันซี่นั้นออกตามคำสั่งของข้า เขามองดูมันและกล่าวว่า "ท่านทำถูกแล้ว ที่ให้ถอนฟันผุซี่นี้" ในปากของสังคม มีฟันที่เป็นโรคหลายซี่ ผุลงไปถึงรากทีเดียว ทว่าสังคมหาได้พยายาม ที่จะถอนมันออก และ ขจัดความเจ็บปวดนั้นไม่ สังคมพอใจตนเองอยู่กับการอุดด้วยทอง หลายคน เป็นทันตแพทย์ ผู้บำบัดฟันซึ่งผุของสังคมด้วยทองประกาย มีคนเป็นจำนวนมากทียอมตนต่อการล่อลวงของนักปฏิรูปเช่นนั้น และ ความเจ็บปวด ความป่วยไข้ และ ความตาย คือชะตากรรมของพวกเขา ในปากของประเทศซีเรียมีฟันผุ ดำ สกปรกหลายซี่ ที่เป็นหนอง และส่งกลิ่นเหม็น แพทย์ได้พยายามรักษาโดยการอุดด้วยทอง แทนการถอน และ โรคฟันนั้นก็ยังคงอยู่ต่อไป ประเทศชาติที่มีฟันผุ มีเคราะห์กรรมที่ต้องท้องเสีย มีหลายประเทศที่ต้องรับทุกข์จากการที่อาหารไม่ย่อย เช่นนั้น หากท่านปารถนาจะดูฟันผุของประเทศซีเรีย จงไปเยี่ยมโรงเรียนที่ บุตร และธิดา กำลังจะเตรียมตัวเป็น ชายหนุ่มและ หญิงสาวในอนาคต ไปเยี่ยมศาล และ เป็นประจักษ์พยายต่อการกระทำของผู้พิทักษ์ความยุติธรรมที่ คดโกงและทุจริต ดูว่าพวกเขาเล่นอย่างไรบ้างกับความคิด และ จิตใจของคนเซ่อ ดั่งแมวเล่น กับหนู ไปเยี่ยมบ้านของเศรษฐีที่มีแต่ความขี้โอ่ จอมปลอม และ มีมือถือสากปากถือศีล ทว่าอย่าละเลยที่จะผ่านไปยังกระท่อมของยาจก ซึ่งเป็นที่พำนักของความกลัว ความโง่เขลา และ ความขลาด จากนั้น จงไปเยี่ยมทันตแพทย์ผู้นิ้วมือแคล่วคล่อง ผู้เป็นเจ้าของเครื่องมือละเอียด อ่อน ปูนอุดฟัน และ ยาชา ผู้ใช้เวลาของเขาอุดโพรงในฟันที่ผุของประเทศชาติ เพื่อปิดบัง ความผุกร่อน พูดจากับ นักปฏิรูปเหล่านั้น ผู้ทำท่าเป็นปัญญาชน ของประเทศซีเรีย ผู้ตั้งสมาคม จัดการประชุม และแสดงสุทรพจน์ในสาธารณสถาน เมื่อท่านพูดกับพวกเขาท่านจะได้ยินเสียง ที่อาจประเสริฐกว่าเสียงบดของโม่หิน และ สูงส่งกว่าเสียงร้องของกบในเดีอนมิถุนายน เมื่อท่านบอกพวกเขาว่า ประชาชาติซีเรีย แทะกัดขนมปังด้วยฟันที่ผุ และแต่ละคำ ที่มันเคี้ยว ผสมด้วยน้ำลายพิษ ซึ่งแพร่เชื้อโรค ในกระเพาะของประชาชาติ พวกเขาจะตอบว่า "ใช่แล้ว แต่เรากำลังหาสิ่งอุดฟัน และยาชาที่ดีกว่า " และหากท่านเสนอแนะ "การถอน" แก่พวกขา พวกเขาจะหัวเราะเยาะท่าน กล่าวกับ พวกเขาเองว่า "นักอุดมคติมีมากในโลกนี้ และ ความฝันของเขาช่างอ่อนเปลี้ยเสียกระไร" จากหนังสือ เพื่อนร่วมชาติของข้า |
|
ภาพปก
มีเพื่อนในเว็บบอร์ดได้กล่าวถึง คาห์ลิล ยิบราน
และ อยากทราบ เรื่องราว
ผลงานหนังสือ ของท่านผู้นี้
จึงลง เรื่อง ฝันผุ ที่อยู่ภายในหนังสือ เพื่อนร่วมชาติ
ให้
และ ขอนำ ส่วนหนึ่ง
คำนำ ในหนังสือเล่มนี้
ที่กล่าวถึง
คาห์ลิล ยิบราน ให้ ลองได้อ่านดูครับ
" บุรุษลึกลับ คนเคร่งศาสนา นักปรัชญา
ผู้พยากรณ์ ฯลฯ คือสมญาต่างๆ ของคาห์ลิล ยิบราน
ทั้งเมื่อมีชีวิตอยู่ และ จากพื้นพิภพนี้ไปแล้ว
หนังสือของเขาถูกเผากลางตลาดในบ้านเกิดเมืองนอน
ของเขาเอง
ด้วยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และ ฝ่ายศาสนาเห็นว่าเป็นยาพิษ และ เป็นอันตราย
ต่อสันติสุขของประเทศชาติ ซึ่งในขณะนั้นตกอยู่ภายใต้การครอบงำของ ตรุกี
เมื่อทราบข่าว
เช่นนั้น
ระหว่างศึกษาศิลปกรรมอยู่ที่ปารีส คาห์ลิล กล่าวเพียงว่า เป็นเหตุอันดีที่จะตีพิมพ์
ออกเป็นครั้งที่สองต่อไป
ผู้พยากรณ์ (The Prophet ) ที่คาห์ลิล
เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ติดอันดับหนังสือขายดี
เป็นเวลาถึง 40 ปี
และ อีกเล่มหนึ่งชื่อ ปีกหัก (The Broken Wing )
เขียนเป็นภาษาอารบิก
ได้รับความนิยมยืนยาวกว่านั้น บทประพันธ์ต่างของเขา
ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างชาติกว่า
20 ภาษา
คาห์มีความคิดและจิตใจละเอียดอ่อน เขาดูสิ่งต่างๆรอบตัว มิใช่ด้วยสายตาที่มนุษย์
ทุกคนมีติดตัวมา
ทว่าด้วยดวงตาแห่งวิญญาณที่ลึกล้ำ จากการมองเช่นนั้น เขาเห็นบาดแผล
และ
ความป่วยไข้ของสังคมที่จำต้องบำบัด
เขาชิงชังขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าๆที่
ไร้ความหมาย
ไม่เกิดประโยชน์ หรือมีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตที่สะอาดบริสุทธิ์
และ
เกลียดสันดาน
มือถือสากปากถือศิล หรือ หน้าไหว้หลังหลอก ของมนุษย์ในสังคม
สิ่งที่คาห์ลิล
แสวงหา คือ ความจริงที่ปราศจากกาลเวลา ความเป็นอิสระ สันติสุข ความรัก
ความงาม คุณธรรม และ
ความเที่ยงธรรม ของสังคม
ทว่าเขาต่อสู้เพื่อสิ่งเหล่านี้ได้เพียง 48 ปีโดยอาศัยความเป็นกวี และ จิตรกรของเขา
คาห์ลิล ยิบราน(Kahlil
Gibran) เกิดเมือง เบเชอรี ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม
ค.ศ. 1883
(ผู้เขียนบางคนอ้างว่า 6 มกราคม ) และถึงแก่กรรมที่นิวยอร์ค
เมื่อวันที่
10 เมษายน 1931 ....
....................................................................................................
....................................................................................................................
..................................................................
ในช่วงชีวิตของคาห์ลิล ยิบราน เขาประพันธ์ หนังสือ เล่มเล็กๆ ไว้เป็นจำนวนมาก
ทั้งร้อยแก้ว
ร้อยกรอง ซึ่งลักษณะลึกซึ้งและโดเดี่ยวของเขาปากฎอยู่ใน บทประพันธ์เหล่านั้น
เป็นส่วนใหญ่
ถ้อยคำที่เขากล่าวออกมามีความเพาะพริ้ง ง่ายๆ ทว่าลึกซึ้ง กระทั้งนักการเมือง
ชั้นนำเคยนำไปอ้าง
จับจิตใจของประชาโลกมาจนทุกวันนี้ ...
จากบทประพันธ์จำนวนมากของคาห์ลิล ผู้แปลไดคัดเลือกที่เห็นว่าดีเด่น จำนวน
10 เล่มด้วยกัน คือ
Mirrors of the Soul
Secrets of the Heart
Thoughts and Meditations
The Voice of the Master
Spiritual Sayings
Tears and Laughter
Spirts Rebrllious
The Broken Wings
A Self - Portrait
The Wisdom of Gibran
------------------------------------------------------------------------------------------------
www.santipap.com
webmaster@santipap.com